พูดถึง "ภาษีฟรีแลนซ์" หลายคนถึงกับถอนหายใจ เพราะไม่มีฝ่ายบุคคลคอยยื่นให้เหมือนพนักงานประจำ ทุกอย่างต้องจัดการเองหมด บอกเลยว่าปุ๋มเข้าใจดีค่ะ เพราะปีแรกที่เป็นฟรีแลนซ์ก็นั่งงงเหมือนกันว่าตัวเองต้องยื่นแบบไหน หักอะไรได้บ้าง แล้วเงินที่โดนหัก 3% ไปตอนรับงานคืออะไร
บทความนี้คือคู่มือภาษีฟรีแลนซ์ 2569 ฉบับเข้าใจง่าย เขียนให้คนที่ไม่มีพื้นฐานภาษีเลยอ่านรู้เรื่อง ทุกคำย่อในบทความนี้จะมีคำแปลกำกับไว้ให้ทั้งหมด ตั้งแต่ฟรีแลนซ์รายได้เท่าไหร่ต้องเสียภาษี วิธีคำนวณภาษีฟรีแลนซ์ทีละบรรทัด ค่าลดหย่อนภาษี 2569 ที่ใช้ได้ ไปจนถึงกำหนดยื่นภาษีฟรีแลนซ์ทั้งรอบครึ่งปีและรอบสิ้นปี อ่านจบแล้วยื่นเองได้เลยค่ะ
ก่อนเข้าเรื่อง ขอปรับความเข้าใจเรื่อง "ปีภาษี" ก่อนหนึ่งอย่างค่ะ เพราะมือใหม่สับสนกันเยอะมาก คำว่า ปีภาษี 2569 หมายถึงรายได้ที่เราหาได้ในช่วง 1 มกราคม ถึง 31 ธันวาคม 2569 แล้วเอาไปยื่นตอนต้นปี 2570 ไม่ใช่ปีที่เราเดินไปยื่นนะคะ เพราะงั้นตัวเลขค่าลดหย่อนในบทความนี้คือชุดที่ใช้กับรายได้ของปี 2569 ค่ะ
อัปเดตล่าสุด: กรกฎาคม 2569 ตอนนี้เป็นช่วงเปิดให้ยื่นภาษีครึ่งปี (ภ.ง.ด.94) ของรอบมกราคมถึงมิถุนายน 2569 พอดี ยื่นกระดาษได้ถึง 30 กันยายน 2569 และยื่นออนไลน์ได้ถึง 10 ตุลาคม 2569 ใครเข้าเกณฑ์อย่าลืมเช็กหัวข้อที่ 8 ค่ะ
หมายเหตุ: ข้อมูลอัปเดต ณ เดือนกรกฎาคม 2569 อ้างอิงเกณฑ์กรมสรรพากรและแหล่งอ้างอิงที่ระบุไว้ท้ายบทความ ตัวเลขค่าลดหย่อนและกำหนดยื่นอาจเปลี่ยนได้ในแต่ละปีภาษี โปรดตรวจสอบกับกรมสรรพากรหรือนักบัญชีก่อนยื่นจริง บทความนี้เป็นข้อมูลทั่วไปเพื่อการศึกษา ไม่ใช่คำแนะนำทางภาษีเฉพาะบุคคล
ฟรีแลนซ์ต้องเสียภาษีไหม รายได้เท่าไหร่ต้องยื่น
คำตอบสั้นๆ คือ ต้องค่ะ รายได้ฟรีแลนซ์เป็นเงินได้พึงประเมินตามกฎหมายเหมือนเงินเดือนทุกอย่าง แต่มีจุดที่คนเข้าใจผิดบ่อยคือ "ต้องยื่น" กับ "ต้องจ่าย" เป็นคนละเรื่องกัน
เกณฑ์ง่ายๆ สำหรับคนโสดคือ ถ้ามีรายได้จากงานฟรีแลนซ์เกิน 60,000 บาทต่อปี ก็เข้าเกณฑ์ต้องยื่นแบบแสดงรายการภาษีแล้ว แม้คำนวณออกมาแล้วจะไม่ต้องจ่ายสักบาทก็ตาม ส่วนจะเริ่ม "จ่ายจริง" ก็ต่อเมื่อเงินได้สุทธิ (หลังหักค่าใช้จ่ายและค่าลดหย่อน) เกิน 150,000 บาท ขึ้นไปค่ะ
เพราะงั้นฟรีแลนซ์มือใหม่ที่รายได้ยังน้อย อย่าเพิ่งคิดว่าไม่เกี่ยวกับเรา การยื่นไว้ตั้งแต่ปีแรกคือการสร้างประวัติรายได้ที่ดี เอาไปใช้ขอสินเชื่อ ขอวีซ่า หรือทำธุรกรรมต่างๆ ได้ แถมถ้าโดนหัก ณ ที่จ่ายไว้ ยื่นแล้วมีสิทธิได้เงินคืนด้วยนะคะ
ศัพท์ภาษีที่ต้องรู้ก่อนเริ่ม แปลคำย่อทุกคำแบบภาษาคน
เรื่องภาษีฟรีแลนซ์ดูยากเพราะศัพท์เยอะ ไม่ใช่เพราะเลขยากค่ะ ปุ๋มเลยรวมทุกคำย่อและคำเฉพาะที่จะเจอในบทความนี้มาแปลไว้ให้ก่อนเลย อ่านตารางนี้จบ ที่เหลือจะง่ายขึ้นทันที ใครยังไม่เคยยื่นภาษีเลยแนะนำให้อ่านช้าๆ หนึ่งรอบค่ะ
เคล็ดลับ: บุ๊กมาร์กตารางนี้ไว้ค่ะ เวลาไปอ่านเว็บสรรพากรหรือคุยกับนักบัญชีแล้วเจอคำย่อ กลับมาเปิดดูได้ทันที
รายได้ฟรีแลนซ์คือเงินได้ประเภทไหน (40(2), 40(6), 40(8))
กฎหมายแบ่งเงินได้เป็น 8 ประเภทตามมาตรา 40 ซึ่งฟรีแลนซ์ส่วนใหญ่จะเจออยู่ 3 ประเภท และแต่ละประเภทหักค่าใช้จ่ายได้ไม่เท่ากัน อันนี้สำคัญมากเพราะเลือกผิดประเภท ภาษีที่จ่ายอาจต่างกันเยอะเลยค่ะ
เงินได้ 40(2): งานรับจ้างทั่วไป
คือค่าจ้างทำของ ค่าบริการ ค่านายหน้า และค่าคอมมิชชัน ที่เรารับจ้างด้วยแรงหรือความรู้ของตัวเองเป็นหลัก ไม่มีต้นทุนหรือทีมงานอะไรมาก งานฟรีแลนซ์ส่วนใหญ่อยู่ตรงนี้ค่ะ เช่น เขียนบทความ ออกแบบกราฟิก ตัดต่อวิดีโอ แปลภาษา เป็นแอดมินเพจ หรือเป็นที่ปรึกษา
เงินได้ 40(6): วิชาชีพอิสระ
อันนี้เจาะจงเฉพาะ 6 กลุ่มวิชาชีพตามกฎหมายเท่านั้น คือ การประกอบโรคศิลปะ (หมอ พยาบาลที่เปิดรักษาเอง) กฎหมาย วิศวกรรม สถาปัตยกรรม บัญชี และประณีตศิลปกรรม ถ้าไม่ได้อยู่ใน 6 กลุ่มนี้ จะเป็นฟรีแลนซ์เก่งแค่ไหนก็ไม่นับเป็น 40(6) นะคะ
เงินได้ 40(8): ค้าขายและธุรกิจ
คือรายได้จากการค้าขายหรือธุรกิจที่มีต้นทุนจริงจัง เช่น ขายของออนไลน์ ขาย digital product เปิดร้าน หรือรับงานแบบมีทีมมีอุปกรณ์ครบเหมือนโปรดักชั่นเฮาส์เล็กๆ
ตัวอย่างจากปุ๋ม: รับจ้างออกแบบให้ลูกค้า = 40(2) แต่ถ้าขาย template สำเร็จรูปในเว็บตัวเอง = 40(8) คนเดียวมีได้หลายประเภทพร้อมกัน ตอนยื่นก็แยกกรอกตามประเภทค่ะ
หักค่าใช้จ่ายได้เท่าไหร่ แต่ละประเภทไม่เท่ากัน
ก่อนคำนวณภาษี กฎหมายให้เราหัก "ค่าใช้จ่าย" ออกจากรายได้ก่อน เหมือนยอมรับว่าการหาเงินมีต้นทุน ซึ่งหักได้ 2 แบบคือ หักเหมา (ไม่ต้องมีบิล) กับหักตามจริง (ต้องมีเอกสารครบ) อัตราเป็นแบบนี้ค่ะ
จุดที่ฟรีแลนซ์ 40(2) ต้องรู้คือเพดาน 100,000 บาท ค่ะ สมมติรายได้ 600,000 บาท หักเหมา 50% ควรได้ 300,000 แต่กฎหมายให้สูงสุดแค่ 100,000 เท่านั้น เพราะงั้นยิ่งรายได้สูง สัดส่วนที่หักได้ยิ่งน้อยลง ใครเริ่มมีต้นทุนจริงเยอะๆ เช่น จ้างทีม ซื้ออุปกรณ์ อาจถึงเวลาคุยกับนักบัญชีเรื่องปรับรูปแบบธุรกิจแล้ว
หัก ณ ที่จ่าย 3% กับใบ 50 ทวิ เรื่องที่ฟรีแลนซ์โดนทุกคน
เคยไหมคะ ตกลงค่าจ้าง 10,000 แต่เงินเข้าแค่ 9,700 อีก 300 หายไปไหน นั่นคือ "ภาษีหัก ณ ที่จ่าย 3%" ที่ลูกค้านิติบุคคล (บริษัท ห้างร้าน) มีหน้าที่หักไว้แล้วนำส่งสรรพากรแทนเรา
ข่าวดีคือเงินก้อนนี้ไม่ได้หายไปไหน มันคือ ภาษีที่เราจ่ายล่วงหน้า ค่ะ ตอนสิ้นปีเอามาหักออกจากภาษีที่ต้องจ่ายจริงได้เต็มจำนวน และถ้าคำนวณแล้วภาษีทั้งปีน้อยกว่าที่โดนหักไว้ ยื่นแบบแล้ว ขอคืนเงินส่วนต่างได้ ด้วยนะคะ ฟรีแลนซ์รายได้ไม่สูงจำนวนมากได้เงินคืนทุกปีโดยไม่รู้ตัวว่าตัวเองมีสิทธิ
หลักฐานสำคัญคือ "หนังสือรับรองการหักภาษี ณ ที่จ่าย" หรือที่เรียกกันว่าใบ 50 ทวิ ที่ลูกค้าต้องออกให้ทุกครั้งที่หักเงินเรา เก็บให้ครบทุกใบเลยค่ะ เพราะตอนยื่นภาษีต้องใช้ตัวเลขจากใบพวกนี้ทั้งหมด ปุ๋มแนะนำสร้างโฟลเดอร์ในอีเมลหรือ Google Drive ชื่อ "50 ทวิ + ปี" แล้วโยนเข้าไปทันทีที่ได้รับ สิ้นปีจะขอบคุณตัวเองมาก
ระวัง: ลูกค้าที่เป็นบุคคลธรรมดาทั่วไปไม่ต้องหัก ณ ที่จ่ายให้เรา แปลว่ารายได้ก้อนนั้นยังไม่เคยเสียภาษีเลย ต้องกันเงินไว้เองค่ะ
วิธีคำนวณภาษีฟรีแลนซ์ พร้อมตัวอย่างคำนวณทีละบรรทัด
วิธีคำนวณภาษีฟรีแลนซ์มีสูตรเดียวคือ รายได้ทั้งปี ลบค่าใช้จ่าย ลบค่าลดหย่อน เท่ากับ เงินได้สุทธิ แล้วเอาเงินได้สุทธิไปคิดตามอัตราภาษีขั้นบันได ใครเคยใช้ Freelance Calculator ของ MontaMade จะคุ้นหลักการนี้ดีค่ะ ถ้าจะไล่ทำเองทีละขั้น ลำดับคือแบบนี้
- รวมรายได้ทั้งปี ใช้ยอดเต็มก่อนถูกหัก 3% ของทุกงานรวมกัน
- หักค่าใช้จ่าย ตามอัตราของประเภทเงินได้ของเรา เช่น 40(2) หักเหมา 50% เพดาน 100,000 บาท
- หักค่าลดหย่อน ทุกสิทธิที่มี เริ่มจากค่าลดหย่อนส่วนตัว 60,000 บาทที่ได้ทุกคน
- ได้เงินได้สุทธิ ตัวเลขนี้คือฐานที่ใช้คิดภาษี ไม่ใช่รายได้เต็ม
- คิดภาษีตามขั้นบันได ทีละขั้นแล้วบวกกัน จะได้ภาษีทั้งปี
- หักภาษีที่จ่ายล่วงหน้าไปแล้ว คือยอดหัก ณ ที่จ่าย 3% และภาษีครึ่งปีถ้ามี เหลือเท่าไหร่คือยอดที่ต้องจ่ายเพิ่ม ถ้าติดลบคือได้เงินคืน
อ่านตารางอัตราภาษีขั้นบันไดให้ถูกก่อน
จุดที่มือใหม่เข้าใจผิดกันเกือบทุกคนคือคิดว่าถ้าเงินได้สุทธิตกอยู่ในช่องที่คิด 10% ก็เอา 10% คูณเงินทั้งก้อนเลย ซึ่งไม่ใช่ค่ะ อัตราแต่ละขั้นคิดเฉพาะ "ส่วนที่ล้นเข้ามาในขั้นนั้น" เท่านั้น แล้วเอาภาษีของทุกขั้นมาบวกกันเป็นภาษีทั้งปี
เปรียบเทียบง่ายๆ เหมือนเติมน้ำใส่แก้วเรียงกันหลายใบ แก้วใบแรกจุ 150,000 บาท ไม่คิดภาษี พอน้ำล้นไปแก้วที่สองซึ่งจุอีก 150,000 บาท เฉพาะน้ำในแก้วที่สองคิด 5% ล้นไปแก้วที่สามค่อยคิด 10% ของน้ำที่อยู่ในแก้วนั้น เงินก้อนแรกไม่ถูกคิดใหม่ตามขั้นที่สูงขึ้นค่ะ
คอลัมน์ขวาสุดคือภาษีสูงสุดที่จะเกิดขึ้นถ้าเงินได้สุทธิเต็มขั้นนั้นพอดี เช่น ขั้น 150,001-300,000 กว้าง 150,000 บาท คิด 5% ก็ได้ 7,500 บาท ตัวเลขนี้ช่วยให้เราประมาณภาษีในหัวได้เร็วโดยไม่ต้องกดเครื่องคิดเลขค่ะ
ตัวอย่างคำนวณภาษีฟรีแลนซ์ รายได้ 600,000 บาทต่อปี
สมมติเป็นฟรีแลนซ์สายออกแบบ รายได้เป็นเงินได้ประเภท 40(2) ทั้งหมด สถานะโสด ไม่มีค่าลดหย่อนอื่นนอกจากค่าลดหย่อนส่วนตัว และลูกค้าทุกรายเป็นบริษัทที่หัก ณ ที่จ่าย 3% ไว้แล้ว ตารางนี้ปุ๋มแยกคอลัมน์ "วิธีคิด" ไว้ให้เห็นเลยว่าเลขทุกตัวมาจากไหน ลองกดเครื่องคิดเลขตามได้ทุกบรรทัดค่ะ
วิธีอ่านตาราง: ตัวเลขสีแดง คือยอดที่หักออก (เครื่องหมายลบ) ส่วนตัวหนา คือตัวเลขสำคัญที่ต้องจำ ได้แก่ เงินได้สุทธิ ภาษีทั้งปี และยอดที่ต้องจ่ายเพิ่มจริง
สิ่งที่อยากให้สังเกตคือบรรทัดที่ 9 ค่ะ ภาษีทั้งปี 21,500 บาท คิดเป็นเพียงประมาณ 4.9% ของเงินได้สุทธิ 440,000 บาท และประมาณ 3.6% ของรายได้เต็ม 600,000 บาท ไม่ใช่ 10% อย่างที่หลายคนกลัว เพราะอัตรา 10% คิดแค่กับเงิน 140,000 บาทท่อนบนสุดเท่านั้น
ถ้าคำนวณแล้วโดนหักไว้เกิน จะได้เงินคืน
ลองเปลี่ยนสมมติฐานเป็นรายได้ทั้งปี 300,000 บาทดูค่ะ ขั้นแรก 300,000 x 50% = 150,000 บาท แต่เพดานของ 40(2) อยู่ที่ 100,000 บาท จึงหักค่าใช้จ่ายได้ 100,000 บาท เหลือ 300,000 - 100,000 = 200,000 บาท ต่อมาหักค่าลดหย่อนส่วนตัว 60,000 บาท ได้เงินได้สุทธิ 200,000 - 60,000 = 140,000 บาท ซึ่งยังไม่เกิน 150,000 บาท เท่ากับอยู่ในขั้นที่ได้รับยกเว้นทั้งก้อน ภาษีทั้งปีจึงเป็น 0 บาท
แต่ระหว่างปีลูกค้าหัก 3% ไว้แล้ว คือ 300,000 x 3% = 9,000 บาท เท่ากับเราจ่ายภาษีเกินไป 9,000 บาท ยื่นแบบแล้วขอคืนได้เต็มจำนวนค่ะ นี่คือเหตุผลที่ฟรีแลนซ์รายได้ไม่สูงยิ่งต้องยื่น เพราะการยื่นคือทางเดียวที่จะได้เงินก้อนนี้กลับมา
อยากลองใส่ตัวเลขของตัวเอง ใช้ Freelance Calculator ของ MontaMade ช่วยคำนวณเรทและส่วนที่ต้องกันไว้จ่ายภาษีได้เลยค่ะ
ค่าลดหย่อนภาษี 2569 ที่ฟรีแลนซ์ใช้ได้
ค่าลดหย่อนคือสิทธิที่กฎหมายให้หักออกจากรายได้อีกชั้นหนึ่ง หลังจากหักค่าใช้จ่ายไปแล้ว ผลคือเงินได้สุทธิลดลง และเมื่อฐานที่ใช้คิดภาษีลดลง ภาษีก็ลดลงตาม ตัวหลักๆ ที่ฟรีแลนซ์ใช้ได้ในปีภาษี 2569 มีดังนี้ค่ะ (ทุกรายการต้องเป็นเงินที่จ่ายจริงภายในปี 2569)
จุดที่อยากเน้นสำหรับฟรีแลนซ์คือประกันสังคมมาตรา 40 ค่ะ หลายคนไม่รู้ว่าคนทำงานอิสระสมัครประกันสังคมเองได้ จ่ายเดือนละไม่กี่ร้อยบาท ได้ทั้งความคุ้มครองพื้นฐานและนำเงินสมทบมาลดหย่อนภาษีได้ด้วย ถือเป็นสวัสดิการที่ฟรีแลนซ์สร้างให้ตัวเองได้ในราคาถูกที่สุดแล้ว
เรื่องที่เปลี่ยนแล้วต้องรู้คือเงินบริจาคค่ะ ตั้งแต่ 1 มกราคม 2569 กรมสรรพากรกำหนดให้การบริจาคที่จะใช้ลดหย่อนภาษีต้องทำผ่านระบบ e-Donation เท่านั้น e-Donation คือระบบบริจาคอิเล็กทรอนิกส์ที่ข้อมูลจะถูกส่งเข้าฐานข้อมูลกรมสรรพากรทันที เราไม่ต้องเก็บใบอนุโมทนาบัตรกระดาษอีก วิธีใช้คือตอนบริจาคให้สแกน QR Code ของ e-Donation ที่หน่วยรับบริจาคจัดไว้ หรือบริจาคผ่านแอปธนาคารแล้วเลือกยินยอมให้ส่งข้อมูลให้กรมสรรพากร ถ้าโอนเงินเปล่าๆ โดยไม่ผ่านระบบนี้ จะเอามาลดหย่อนไม่ได้แล้วนะคะ
เกร็ดที่มักทำให้สับสน: SSF (Super Savings Fund หรือกองทุนรวมเพื่อการออม) เคยเป็นตัวเลือกลดหย่อนยอดนิยม แต่สิทธิลดหย่อนของ SSF สิ้นสุดลงที่ปีภาษี 2567 แล้ว ถ้าเจอบทความเก่าที่ยังแนะนำ SSF อยู่ ให้ดูปีที่เขียนก่อนค่ะ ปัจจุบันกลุ่มกองทุนที่ใช้ลดหย่อนได้คือ RMF และ Thai ESG
ยื่นภาษีเมื่อไหร่ ภ.ง.ด.90 กับ ภ.ง.ด.94 ต่างกันยังไง
ฟรีแลนซ์เกี่ยวข้องกับแบบยื่น 2 ตัว และนี่คือจุดที่คนพลาดกันเยอะที่สุด เพราะบางคนต้องยื่นปีละ 2 รอบโดยไม่รู้ตัวค่ะ ขออธิบายชื่อก่อนนะคะ ภ.ง.ด. ย่อมาจาก "ภาษีเงินได้" เป็นชื่อชุดของแบบฟอร์ม ส่วนตัวเลขข้างหลังคือหมายเลขของแบบ ไม่ได้แปลว่าอะไรเป็นพิเศษ
แปลเป็นภาษาคนคือ ถ้ารายได้เราเป็นงานรับจ้าง 40(2) ล้วนๆ ยื่นแค่ปีละครั้งตอนต้นปีก็จบ แต่ถ้ามีรายได้ 40(6) หรือ 40(8) ด้วย เช่น ขายของออนไลน์ ขาย digital product หรือมีค่าเช่า และครึ่งปีแรกเกิน 60,000 บาท (โสด) ต้องยื่น ภ.ง.ด.94 กลางปีเพิ่มอีกรอบค่ะ
ไม่ต้องตกใจว่าโดนเก็บซ้ำนะคะ ภาษีที่จ่ายตอนครึ่งปีคือการจ่ายล่วงหน้า พอยื่นรอบสิ้นปีก็เอามาหักออกได้ทั้งหมดเหมือนกับภาษีหัก ณ ที่จ่าย และแนะนำยื่นผ่าน e-filing ซึ่งก็คือการยื่นภาษีออนไลน์บนเว็บไซต์กรมสรรพากรค่ะ ทั้งได้เวลายื่นเพิ่มอีกประมาณ 8 ถึง 10 วัน ทั้งได้เงินคืนเร็วกว่ายื่นกระดาษมาก
ยื่นออนไลน์ได้ที่เว็บไซต์ยื่นแบบของกรมสรรพากรโดยตรง https://efiling.rd.go.th/ ครั้งแรกต้องลงทะเบียนด้วยเลขบัตรประชาชนและยืนยันตัวตนก่อนนะคะ
ข้อควรระวังของรอบครึ่งปีคือค่าลดหย่อนกลุ่มบุคคลจะถูกหั่นครึ่งค่ะ ค่าลดหย่อนส่วนตัวที่ปกติได้ 60,000 บาท รอบ ภ.ง.ด.94 จะได้แค่ 30,000 บาท เพราะนับแค่ครึ่งปี บางคนคำนวณด้วยตัวเลข 60,000 แล้วคิดว่าไม่ต้องจ่าย พอยื่นจริงกลายเป็นมีภาษีต้องชำระ อีกอย่างคือกองทุนสำรองเลี้ยงชีพหรือ PVD และกองทุนบำเหน็จบำนาญข้าราชการใช้ลดหย่อนในรอบครึ่งปีไม่ได้ ต้องรอรอบสิ้นปีค่ะ
รับเงินจากลูกค้าต่างชาติ ต้องเสียภาษีไหม
คำถามยอดฮิตของฟรีแลนซ์สายอินเตอร์ค่ะ คำตอบคือ ต้องเสียเหมือนรายได้ในประเทศทุกอย่าง เพราะเรานั่งทำงานอยู่ในไทย เงินได้จากงานนั้นถือเป็นเงินได้ในไทย ไม่ว่าลูกค้าจะอยู่อเมริกา ออสเตรเลีย หรือญี่ปุ่น และไม่ว่าเงินจะเข้าผ่าน Wise, Payoneer, PayPal หรือโอนตรงเข้าบัญชีก็ตาม
จุดต่างสำคัญคือลูกค้าต่างชาติไม่ได้หัก ณ ที่จ่าย 3% ให้เราเหมือนบริษัทไทย แปลว่ารายได้ก้อนนี้ยังไม่เคยจ่ายภาษีเลยสักบาท ถ้าเผลอใช้หมดก่อนถึงหน้าภาษีจะเจ็บหนักค่ะ ปุ๋มแนะนำกันเงินไว้ 10-15% ของทุกยอดที่รับจากต่างประเทศทันทีที่เงินเข้า
อ่านเพิ่มเติม: เปรียบเทียบช่องทางรับเงินจากต่างประเทศ Wise vs Payoneer vs PayPal
รายได้เกิน 1.8 ล้านต่อปี ต้องจด VAT
อีกหนึ่งเกณฑ์ที่ฟรีแลนซ์ที่เริ่มโตต้องรู้จักคือ VAT ซึ่งย่อมาจาก Value Added Tax หรือภาษีมูลค่าเพิ่มค่ะ VAT เป็นภาษีคนละตัวกับภาษีเงินได้ที่คุยกันมาทั้งบทความ ภาษีเงินได้คือภาษีจากกำไรของเรา แต่ VAT คือภาษี 7% ที่เราบวกเพิ่มไปในราคาแล้วเก็บจากลูกค้าเพื่อนำส่งรัฐ เงินก้อนนั้นไม่ใช่รายได้ของเรา เราเป็นแค่คนกลางที่เก็บส่งให้
เกณฑ์คือถ้ารายได้จากการขายสินค้าหรือให้บริการเกิน 1.8 ล้านบาทต่อปี กฎหมายบังคับให้จดทะเบียน VAT ภายใน 30 วัน นับจากวันที่รายได้เกินเกณฑ์ หลังจดแล้วต้องออกใบกำกับภาษี บวก VAT 7% ในบิลทุกใบ และยื่นแบบ ภ.พ.30 ซึ่งเป็นแบบยื่นภาษีมูลค่าเพิ่มรายเดือน ยื่นภายในวันที่ 15 ของเดือนถัดไป ต้องยื่นทุกเดือนแม้เดือนนั้นจะไม่มีรายได้เลยก็ตาม
สำหรับมือใหม่ยังไม่ต้องกังวลเรื่องนี้ แต่จดไว้ในใจว่ามีด่านนี้อยู่ เพราะพอใกล้ถึง 1.8 ล้าน การวางแผนล่วงหน้ากับนักบัญชีจะช่วยได้เยอะ ทั้งเรื่องจังหวะการจด และการตัดสินใจว่าควรเปิดบริษัทเลยไหมค่ะ
เคล็ดลับจัดการภาษีฟรีแลนซ์ ทำตามนี้ไม่มีช็อตหน้าภาษี
ทั้งหมดที่เล่ามาคือกติกา แต่สิ่งที่ทำให้รอดจริงๆ คือระบบเล็กๆ ที่ทำสม่ำเสมอ 4 ข้อนี้เป็นระบบที่ใช้ได้ตั้งแต่วันแรกที่รับงานเลยค่ะ
- กันเงินภาษีทันทีที่เงินเข้า แยกบัญชีไว้เลยหนึ่งบัญชีชื่อ "ภาษี" ทุกครั้งที่รับเงิน โอนเข้าไป 10-15% ก่อนใช้ เงินก้อนนี้ถือว่าไม่ใช่ของเรา วิธีนี้ตัดปัญหาภาษีช็อตได้ 100%
- ทำตารางรายรับง่ายๆ ใน Google Sheets แค่ 4 คอลัมน์ คือ วันที่ ลูกค้า ยอดเงิน และโดนหัก ณ ที่จ่ายไหม เท่านี้ตอนยื่นภาษีก็มีตัวเลขครบ ไม่ต้องนั่งไล่ statement ย้อนหลังทั้งปี
- เก็บใบ 50 ทวิทุกใบไว้ที่เดียว สร้างโฟลเดอร์ชื่อ "50 ทวิ + ปี" ในอีเมลหรือ Google Drive แล้วโยนเข้าไปทันทีที่ได้รับ
- ตั้งราคาโดยคิดเผื่อภาษีตั้งแต่แรก ไม่ใช่ตั้งราคาแล้วค่อยมาโดนภาษีกินทีหลัง ใน Freelance Calculator ของ MontaMade มีช่องภาษีให้ใส่เปอร์เซ็นต์ไว้อยู่แล้ว ลองใช้คำนวณเรทที่รวมภาษีแล้วได้เลยค่ะ
อ่านเพิ่มเติม: ตั้งราคาฟรีแลนซ์ยังไงให้คุ้มและรวมภาษีแล้ว และ ข้อผิดพลาดการเงินที่ฟรีแลนซ์ปีแรกพลาดบ่อย
คำถามที่พบบ่อยเรื่องภาษีฟรีแลนซ์
ฟรีแลนซ์ไม่ยื่นภาษีได้ไหม จะโดนอะไร
ไม่แนะนำอย่างแรงค่ะ นอกจากค่าปรับกรณีไม่ยื่นแบบแล้ว ถ้ามีภาษีค้างจ่ายจะโดนเงินเพิ่ม 1.5% ต่อเดือนของยอดค้างไปเรื่อยๆ และทุกวันนี้สรรพากรเห็นข้อมูลจากการหัก ณ ที่จ่ายและธุรกรรมการเงินมากกว่าที่เราคิด ยื่นให้ถูกตั้งแต่แรกสบายใจกว่าเยอะ
โดนหัก 3% ไปแล้ว แปลว่าจ่ายภาษีครบแล้วใช่ไหม
ยังไม่ใช่ค่ะ 3% เป็นแค่การจ่ายล่วงหน้า สิ้นปีต้องเอารายได้ทั้งหมดมาคำนวณจริงอีกรอบ อาจต้องจ่ายเพิ่มหรือได้เงินคืน ขึ้นกับรายได้รวมและค่าลดหย่อนของแต่ละคน
รายได้ไม่ถึงเกณฑ์ ยื่นไปมีประโยชน์อะไร
ได้ประวัติรายได้ในระบบซึ่งใช้ขอสินเชื่อและทำธุรกรรมได้ และถ้าเคยโดนหัก ณ ที่จ่ายไว้ การยื่นคือทางเดียวที่จะได้เงินนั้นคืนค่ะ
ลืมยื่น ยื่นย้อนหลังได้ไหม
ได้ค่ะ รีบไปยื่นที่สำนักงานสรรพากรพื้นที่ให้เร็วที่สุด จ่ายค่าปรับและเงินเพิ่มตามจริง ยิ่งช้ายอดยิ่งบวก อย่ารอให้โดนเรียกก่อนนะคะ
ฟรีแลนซ์มีประกันสังคมได้ไหม
ได้ค่ะ สมัครมาตรา 40 ด้วยตัวเอง มีให้เลือกหลายทางเลือกตามเงินสมทบ ได้ทั้งความคุ้มครองพื้นฐานและใช้ลดหย่อนภาษีได้ด้วย
สรุป: ภาษีฟรีแลนซ์ไม่น่ากลัว ถ้าวางระบบตั้งแต่วันแรก
หัวใจของภาษีฟรีแลนซ์มีแค่ 5 อย่างค่ะ
- รู้ว่ารายได้ของเราคือเงินได้ประเภทไหน (40(2), 40(6) หรือ 40(8))
- หักค่าใช้จ่ายและค่าลดหย่อนให้ครบทุกสิทธิที่มี
- เก็บใบ 50 ทวิทุกใบไว้ที่เดียว
- กันเงิน 10-15% ทุกครั้งที่เงินเข้า
- ยื่นให้ตรงเวลา ทั้งรอบครึ่งปีและรอบสิ้นปี
แค่ทำ 5 อย่างนี้สม่ำเสมอ หน้าภาษีของคุณจะกลายเป็นแค่งานเอกสารชิลๆ ปีละครั้งสองครั้ง ไม่ใช่ฝันร้ายอีกต่อไปค่ะ
และถ้ามองในมุมกลับ การเสียภาษีคือหลักฐานว่าธุรกิจฟรีแลนซ์ของเราโตจริง มีตัวตนจริง ซึ่งเป็นฐานสำคัญของการขอสินเชื่อ การรับงานใหญ่ และการเติบโตเป็นธุรกิจเต็มตัวในอนาคตค่ะ
อ่านเพิ่มเติม: เริ่มต้นธุรกิจออนไลน์ด้วยเงิน 0 บาท
แหล่งอ้างอิง (References)
ข้อมูลในบทความนี้รวบรวมและตรวจสอบจากแหล่งต่อไปนี้ ณ เดือนกรกฎาคม 2569 แนะนำให้กดเข้าไปอ่านตัวประกาศจริงก่อนยื่นทุกครั้ง เพราะเกณฑ์ภาษีปรับได้ทุกปีค่ะ
• กรมสรรพากร: อัตราภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาและการหักค่าใช้จ่าย https://www.rd.go.th/38763.html
• กรมสรรพากร: ยื่นแบบและชำระภาษีออนไลน์ (e-Filing) https://efiling.rd.go.th/
• กรมสรรพากร: ระบบบริจาคอิเล็กทรอนิกส์ e-Donation https://edonation.rd.go.th/
• กรมสรรพากร: ภาษีมูลค่าเพิ่มและการจดทะเบียน VAT https://www.rd.go.th/307.html
• สำนักงานประกันสังคม: ผู้ประกันตนมาตรา 40 https://www.sso.go.th/
• Ocean Life: ยื่นภาษีฟรีแลนซ์ ต้องรู้อะไรบ้าง https://www.ocean.co.th/articles/tax-filing-freelance
• Ocean Life: ยื่นภาษีครึ่งปี ภ.ง.ด.94 คืออะไร ยื่นได้ถึงเมื่อไร https://www.ocean.co.th/articles/personal-income-tax-return-half-year
• Prudential: เช็กลิสต์ค่าลดหย่อนภาษี 2569 อัปเดตล่าสุด https://www.prudential.co.th/th/knowledge-corner/growing-wealth/tips-to-reduce-personal-income-tax/
• Wunla Wealth: ค่าลดหย่อนภาษีครึ่งปี 2569 (ภ.ง.ด.94) https://www.wunlawealth.com/tax-allowance-pnd94/
• Posttoday: บริจาคลดหย่อนภาษี 2569 ต้องผ่าน e-Donation เท่านั้น https://www.posttoday.com/business/736816
• SCB: อัปเดตเกณฑ์ภาษีใหม่ของกองทุน Thai ESG https://www.scb.co.th/th/personal-banking/stories/grow-your-wealth/update-new-tax-critieria-thai-esg
Disclaimer: บทความนี้จัดทำเพื่อให้ความรู้ทั่วไปแก่ผู้ประกอบอาชีพอิสระ ไม่ใช่คำแนะนำทางภาษีหรือการลงทุนเฉพาะบุคคล กรณีที่มีโครงสร้างรายได้ซับซ้อน มีรายได้หลายประเภท หรือใกล้เกณฑ์จด VAT แนะนำปรึกษานักบัญชีหรือกรมสรรพากรโดยตรง MontaMade ไม่รับผิดชอบต่อความเสียหายที่เกิดจากการนำข้อมูลไปใช้โดยไม่ตรวจสอบกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องก่อน

