คนส่วนใหญ่คิดว่าต้องมีเงินทุนก่อนถึงจะเริ่มธุรกิจได้ แต่จริงๆแล้วในยุคนี้คุณสามารถเริ่มได้เลยด้วยเงินทุน 0 บาท
ตอนปุ๋มเริ่มทำธุรกิจครั้งแรกตอนนั้นยังเป็นแค่นักเรียนต่างจังหวัด ไม่ได้มีต้นทุนมากมาย ไม่ได้มีแผนธุรกิจ และไม่ได้มีประสบการณ์โดยเฉพาะทางด้านออนไลน์ (สมัยนั้นยังมีแค่ Pantip กับ Dek-D อยู่เลย ฮ่าๆ) แต่สิ่งที่มีคือความต้องการที่อยากหารายได้ด้วยตัวเอง และความไม่หยุดเรียนรู้ เท่านั้นก็เพียงพอที่จะทำให้มีรายได้เข้ามาแล้วค่ะ
ถ้าเกิดว่าคุณเป็นคนที่ต้องการทำธุรกิจแต่คิดว่าตัวเองมีเงินในกระเป๋าไม่มากนัก หรืออาจจะเป็นนักเรียน นักศึกษาที่ยังขอเงินคุณพ่อคุณแม่อยู่ บทความนี้เหมาะกับคุณเลย
ปุ๋มจะเริ่มจากวิธีการเลือกประเภทธุรกิจที่ทำเงินได้ในแบบของคุณเอง การสร้างตัวตนให้คนรู้จัก การเริ่มหาลูกค้าคนแรก ใช้ทักษะที่มีแลกเงิน การลงทุนย้อนกลับเข้ามาในธุรกิจเพื่อต่อขยายและต่อยอด mindset ที่ควรมีในการเริ่มทำธุรกิจ รวมถึงประสบการณ์ข้อผิดพลาดที่ปุ๋มเคยเจอเผื่อจะได้เป็นประโยชน์กับทุกคน
ด้านล่างคือวิธีการสร้างธุรกิจออนไลน์ด้วยเงิน 0 บาท จากประสบการณ์จริงที่ปุ๋มได้ทดลองทำมา
1. เลือกธุรกิจออนไลน์ที่เริ่มต้นได้ด้วยเงิน 0 บาท
ถ้าเกิดว่าคุณต้องการที่จะหารายได้ด้วยเงิน 0 บาทหรือมีงบน้อย การเลือกประเภทธุรกิจในการเริ่มต้นเป็นอะไรที่สำคัญมาก
ส่วนตัวปุ๋มแนะนำงานหรือธุรกิจประเภท service-based คืองานที่เราขายการบริการหรือทักษะ เพราะว่าประเภทนี้ไม่ได้ต้องการเงินทุนเริ่มต้น ไม่ต้องมีการต้องสต็อกสินค้า โกดังเก็บของ ค่าขนส่ง หรืออุปกรณ์แพงๆ เพราะคุณกำลังขายทักษะหรือ service ที่มีอยู่แล้วในตัว ตัวคุณนั่นแหละคือต้นทุน
ธุรกิจประเภทนี้เป็นอะไรที่เริ่มต้นง่ายที่สุดแล้ว คุณสามารถทำทุกอย่างบนมือถือหรือคอมพิวเตอร์ ไม่ต้องจ่ายเงินล่วงหน้าเพื่อตุนของหรือเช่าที่สถานที่เพื่อขายของ นั่นหมายความว่าคุณสามารถรับเงินเข้ากระเป๋าโดยตรงได้ไม่ต้องโดนหักค่าอะไรใดๆ และมีโอกาสหาลูกค้าได้ตั้งแต่สัปดาห์แรกที่เริ่มขายเลยด้วยซ้ำ
ปุ๋มมีตัวอย่างไอเดียธุรกิจที่เริ่มได้วันนี้เลยมาแนะนำ
- กราฟฟิกดีไซน์ (Graphic Design)
- ตัดต่อวิดีโอ (Video Editor)
- เขียนคอนเทนต์ (Copywriting)
- แปลภาษา ไทย-อังกฤษ
- ขาย Digital Product (Template, E-book, Preset)
- เขียนบล็อก (Blogger)
- Youtuber
- Print-on-Demand
- Affiliate marketing
คุณอาจจะกังวลว่าคุณยังไม่เก่งพอที่จะรับงานลูกค้าหรอก แต่ในความเป็นจริงแล้วคุณไม่จำเป็นจะต้องเป็นผู้เชี่ยวชาญหรือเก่งที่สุดก่อนที่จะเริ่ม ไม่มีใครเก่งที่สุดในวันแรกที่ทำงาน ยิ่งคุณรับงานมากขึ้น คุณจะมีประสบการณ์และพัฒนาขึ้นเรื่อยๆ
และถ้าคุณยังไม่มั่นใจว่าคุณจะเริ่มรับงานอะไรดีล่ะ เคล็ดลับก็คือ ให้นึกว่าเวลามีคนมาขอความช่วยเหลือจากคุณ เขามาขอให้ช่วยอะไรบ้าง อาจจะเป็นงานง่ายๆอย่างจัดหน้ารายงานให้หน่อย หรือแฟนคุณให้ช่วยแต่งรูปให้หน่อย นั่นแหละ! คือจุดเริ่มต้นของคุณ บางทีคำตอบที่ตามหามันอาจจะอยู่ตรงหน้าคุณเพียงแต่คุณต้องสังเกตมันซักหน่อย
ธุรกิจที่แนะนำด้านบนเป็นแค่ตัวอย่าง ยังมีอีกเยอะมากสามารถเริ่มลงมือทำได้ทันทีเหมือนกัน ปุ๋มมี ฟรี E-book 20 งานฟรีแลนซ์ออนไลน์ที่เริ่มต้นได้ด้วยงบน้อยมาแจก พร้อมแถมเครื่องมือคำนวณราคาฟรีแลนซ์โปรเจคว่าควรจะคิดราคาเท่าไหร่ สามารถกดรับได้ที่ลิงค์ด้านล่างเลยค่ะ
2. เครื่องมือฟรีที่ฟรีแลนซ์ต้องมีในการเริ่มต้น
ถ้าจะบอกว่าเริ่มต้นธุรกิจจากเงิน 0 บาทหลายคนก็คงบอกว่าขี้โม้แล้วแหละ แต่ความหมายจริงๆ ไม่ใช่เริ่มจากการที่ไม่มีเงินเลยซักบาท แต่เป็นการเริ่มต้นด้วยต้นทุน 0 บาท หรือเริ่มจากสิ่งที่เรามีอยู่แล้วนั่นเอง ไม่ต้องใช้ต้นทุนไปซื้ออะไรเพิ่มเติมเพื่อมาทำธุรกิจ ยิ่งยุคสมัยนี้ปุ๋มเชื่อว่าคนที่นั่งอ่านบทความนี้อยู่ อย่างน้อยต้องมีโทรศัพท์มือถือและอินเตอร์เน็ตอยู่ในมืออย่างแน่นอน บวกกับกับทักษะอะไรบางอย่างที่คุณมี เพียงเท่านี้คุณก็เริ่มหารายได้ได้แล้ว
เครื่องมือฟรีๆที่ช่วยในการทำธุรกิจมีเยอะแยะมากมาย ฟรีแลนซ์และผู้ประกอบการหลายคนที่ปุ๋มรู้จัก รวมทั้งตัวปุ๋มเองก็เริ่มจากเครื่องมือฟรีนี่แหละ
ขอยกตัวอย่างเครื่องมือฟรีที่ปุ๋มใช้และคิดว่าเพียง พอในการเริ่มต้นรับงาน
- Google Docs
- Google Sheets
- Google Meet
- Gmail
- กล้องมือถือ
- Capcut / Davinci Resolve
- Canva
- Free Wifi จากห้องสมุดหรือร้านกาแฟ
- Adobe Lightroom
ปุ๋มเองเริ่มต้นรับงานด้วยมือถือเครื่องเดียว จนปัจจุบันเติบโตเป็น Creative & Marketing Agency ที่สร้างรายได้หลายแสนบาทต่อเดือน เริ่มจากรับจ้างในราคาที่ไม่สูงมาก ตั้งราคาให้เหมาะกับคุณภาพงานในตอนเริ่มต้น พอเริ่มมีรายได้ ก็ใช้วิธีการ reinvest คือหักกำไรบางส่วนเพื่อไปต่อยอดอัพเกรดอุปกรณ์และเครื่องมือต่างๆให้สามารถสร้างงานที่มีคุณภาพและเพิ่มราคาขายให้สูงขึ้นไปเรื่อยๆตามคุณภาพของงาน ถึงตอนนี้เครื่องมือบางตัวปุ๋มก็ยังใช้เวอร์ชั่นฟรีอยู่เหมือนวันแรกที่เริ่มรับงาน
3. สร้างตัวตนออนไลน์ฟรี ให้ลูกค้าหาคุณเจอ
ยิ่งในยุคที่เราอยู่ตอนนี้มีอินเตอร์เน็ตและ AI ฟรีให้ใช้ ยิ่งทำให้การเริ่มทำธุรกิจด้วยตัวคนเดียวง่ายมากขึ้นไปอีก คุณสามารถสร้างทุกอย่างได้ด้วยตัวคนเดียวจากที่บ้าน
คุณไม่จำเป็นต้องมีหน้าร้านให้คนเดินผ่านไปผ่านมาเพื่อให้ลูกค้าเห็นสินค้าก่อนจะตัดสินใจซื้อ สิ่งที่คุณต้องมีคืออะไรก็ตามที่ทำให้ลูกค้าสามารถหาคุณเจอ เห็นสินค้าหรือบริการของคุณ และช่องทางในการติดต่อซื้อขาย
อย่างแรกที่คุณต้องสร้างเลยคือ “สร้างตัวตนออนไลน์” บน Social media platforms เช่น Facebook, Instagram หรือ TikTok ทั้งหมดนี้คุณสามารถทำได้อย่างฟรีๆไม่มีค่าใช้จ่าย
ช่องทางสร้างตัวตนออนไลน์แบบฟรีๆที่แนะนำคือ
- สร้าง IG / TikTok / Facebook Page/ Youtube สำหรับธุรกิจ
- โพสต์คอนเทนต์ที่เป็นประโยชน์เพื่อสร้างความน่าเชื่อถือ
- เข้า Facebook Groups ที่เกี่ยวข้อง เน้นแชร์ความรู้ก่อน (ไม่ใช่ขายอย่างเดียว)
- สร้างเว็บไซต์ง่ายๆ ด้วย Canva หรือ Notion
- ให้ส่วนลดลูกค้ากลุ่มแรกๆ เพื่อแลกกับ Testimonial/รีวิว
- สร้าง Portfolio ออนไลน์บน Platform สำหรับงานออกแบบเช่น Behance, Dribble
- เปิดหน้าร้านบน Platform สำหรับรับงานฟรีแลนซ์ เช่น Fastwork, Fiverr, Upwork
ทุกอย่างที่กล่าวมาที่คุณสามารถเริ่มได้เลยโดยที่ยังไม่ต้องมีโลโก้หรือเวปไซต์สวยๆ สิ่งที่ลูกค้าสนใจมากที่สุดคือสิ่งที่คุณกำลังทำและเสนอขายนั้น สามารถช่วยเขาแก้ปัญหาได้มากพอที่เขาจะยอมเสียเงินจ้างหรือไม่
ตอนเริ่มรับงานครั้งแรก ปุ๋มยังไม่มี Portfolio เลยด้วยซ้ำ มีแค่ภาพตัวอย่างของงานออกแบบที่เคยรับทำฟรี เอาไปนำเสนอให้ลูกค้าเห็นว่างานเราประมาณไหน พร้อมกับอธิบายขั้นตอนวิธีการทำงานและระยะเวลาที่ต้องใช้ ทำให้ลูกค้าเห็นภาพรวมทั้งหมดและผลลัพธ์ที่จะได้ ลูกค้าจะได้มีข้อมูลเพียงพอที่จะตัดสินใจจ้าง หลังจากมีงานเพิ่มมากขึ้น จึงค่อยเอาการตลาดมาพัฒนาให้ธุรกิจเติบโตไปเรื่อยๆ
การเริ่มต้นนี่แหละคือจุดที่สำคัญที่สุด การพัฒนาต่อยอดงานสามารถทำให้เรื่อยๆพร้อมกับการเติบโตได้ คุณไม่จำเป็นต้องเพอร์เฟคตั้งแต่วันแรกที่เริ่ม
4. หาลูกค้าคนแรกโดยไม่ต้องใช้เงินสักบาท
พอสร้างตัวตนออนไลน์แล้ว คำถามต่อไปที่ทุกคนถามคือ "แล้วลูกค้าจะมาจากไหน?"
ปุ๋มเข้าใจเลยค่ะ เพราะตอนเริ่มต้นปุ๋มก็เจอปัญหาเดียวกัน สร้างเพจแล้ว โพสต์งานแล้ว แต่ไม่มีใครทักมาสักคน
สิ่งที่ปุ๋มทำตอนนั้นคือเริ่มจากคนใกล้ตัวก่อนเลย บอกเพื่อน บอกคนในครอบครัว บอกรุ่นพี่รุ่นน้อง ว่าตอนนี้เราเปิดรับงานอะไรอยู่ ไม่ต้องอาย เพราะคนรอบตัวนี่แหละที่จะช่วยบอกต่อให้เรา บางทีลูกค้าคนแรกของคุณอาจจะมาจากเพื่อนของเพื่อนก็ได้
นอกจากคนรอบตัว คุณยังสามารถหาลูกค้าฟรีได้จากช่องทางเหล่านี้อีก
Facebook Groups
เข้ากลุ่มที่เกี่ยวข้องกับสายงานที่คุณทำ เน้นแชร์ความรู้ก่อน ตอบคำถามคนในกลุ่มให้เยอะๆ อย่าเพิ่งขายตรง พอคนเห็นว่าคุณรู้จริง เขาจะทักมาเอง
Fiverr / Upwork / Fastwork
สร้างโปรไฟล์บนแพลตฟอร์มฟรีแลนซ์ ตั้ง Gig หรือเสนอบริการอย่างน้อย 3 ชิ้น แล้วเริ่มส่ง Proposal ไปหาลูกค้าที่โพสต์หางาน ตอนแรกอาจจะต้องส่งวันละ 5-10 ชิ้นเลย อย่าท้อ มันเป็นเรื่องปกติที่จะโดนปฏิเสธช่วงแรก
Instagram / TikTok
โพสต์ผลงานของคุณสม่ำเสมอ ไม่ต้องสวยเพอร์เฟค แค่ให้คนเห็นว่าคุณทำอะไรได้บ้าง ยิ่งโพสต์บ่อย ยิ่งมีโอกาสที่ลูกค้าจะเจอคุณ
ถ้าคุณอยากรับงานจากลูกค้าต่างชาติหรืองานแบบ B2B LinkedIn เป็นที่ที่ดีมากในการสร้าง connection และเสนอบริการ
เคล็ดลับที่ปุ๋มอยากบอกคือ อย่าไปรอให้ลูกค้ามาหาคุณเอง ช่วงแรกคุณต้องเป็นฝ่ายเดินเข้าไปหาเขาก่อน ส่ง DM ไปเสนองาน ส่ง Proposal ไปบนแพลตฟอร์ม คอมเมนต์ในโพสต์ที่เกี่ยวข้อง ทำให้ชื่อของคุณไปอยู่ในสายตาคนให้มากที่สุด
พอได้ลูกค้าคนแรกมา ทำให้ดีที่สุดค่ะ เพราะลูกค้าคนแรกนี่แหละที่จะกลายเป็นรีวิว เป็น Testimonial เป็นผลงานใน Portfolio และเป็นคนที่จะบอกต่อให้คุณ ลูกค้าคนที่สอง สาม สี่ มักจะมาจากการบอกต่อของคนแรกนี่แหละค่ะ
5. เรียนรู้ทักษะฟรีแลนซ์ฟรี ไม่ต้องจ่ายค่าคอร์ส
ถ้าคุณเพิ่งเริ่มต้น คุณไม่จำเป็นต้องมีเงินลงคอร์สเรียนแพงๆก่อนถึงจะเริ่มทำอะไรซักอย่างได้ แหล่งความรู้ฟรีๆมีอยู่เยอะมากบนโลกอินเตอร์เน็ต
ปุ๋มเป็นคนนึงที่ไม่ทำงานสายตรงกับที่เรียนมา เส้นทางการเริ่มธุรกิจของปุ๋มต้องศึกษาหาความรู้ในศาสตร์ใหม่ๆด้วยตัวเองทั้งหมด สิ่งที่ปุ๋มทำคือ ฟัง podcast อ่านบทความฟรีตามเพจต่างๆ ดู Tutorial บน Youtube และ subscribe อีเมลล์ที่ส่งบทความฟรีให้อ่านจาก Blogger ในสายงานที่เราสนใจ ทำอย่างนั้นมากตลอดจนความรู้เริ่มสะสมระดับหนึ่ง พร้อมกับลงมือฝึกทำไประหว่างที่ศึกษา หลังจากนั้นจึงเริ่มก่อร่างสร้างตัวเป็นธุรกิจได้
แหล่งความรู้ฟรีๆที่ปุ๋มแแนะนำ
- YouTube tutorials (ฝึก skill ต่างๆ, การตลาด, Business mindset, เรื่องราวของคนที่ประสบความสำเร็จในการสร้างธุรกิจ)
- Podcast (Productivity, Business mindset, เทรนด์การตลาด)
- Blog Post (อ่านบทความจาก Blogger ในสายงานที่เราทำ พร้อมกดรับ Free newsletter)
- ฟรี E-book
ตอนเริ่มรับงานใหม่ๆ ปุ๋มไม่รู้ด้วยซ้ำว่าเราจะหาลูกค้าได้ยังไง นอกจากคนใกล้ตัว ปุ๋มก็เริ่มใช้แหล่งความรู้ฟรีด้านบนนี่แหละค่ะ นั่งดู youtube คนที่เขาประสบความสำเร็จว่าเขาทำยังไง ขายอะไร ขายยังไง วิธีการเป็นยังไง แล้วไปหาข้อมูลเพิ่มเติมจาก Blog post เพราะเป็นแหล่งข้อมูลที่มีเนื้อหาเยอะมาก แล้วก็ฟัง Podcast เพื่อเสริม Mindset ด้านการทำธุรกิจ และที่สำคัญเลยคือเริ่มลงมือทำทั้งๆที่ยังไม่เพอร์เฟค
6. แลกทักษะแทนเงิน วิธีเริ่มธุรกิจแบบ 0 บาทจริงๆ
คุณสามารถเสนอแลกเปลี่ยนทักษะของคุณกับทักษะของเพื่อนหรือใครก็ได้ที่มีทักษะที่คุณต้องการ ในขณะเดียวกันทักษะของคุณก็สามารถช่วยเขาได้ด้วย การเริ่มต้นด้วยวิธีนี้ง่ายๆแบบ win win ทุกฝ่าย
ยกตัวอย่างเช่น คุณต้องการโลโก้สำหรับธุรกิจรับจ้างถ่ายภาพของคุณ แต่คุณไม่มีความสามารถในงานออกแบบเลย คุณก็ไปเสนอคนที่ออกแบบโลโก้เป็น โดยเสนอข้อแลกเปลี่ยนเป็นการถ่ายรูปโปรไฟล์แบบ Professional ให้หนึ่งเซ็ท ถ้าเขายินยอม ต่างฝ่ายต่างก็ได้ผลประโยชน์ซึ่งกันและกัน
แต่การทำแบบนี้ คุณต้องมีข้อตกลงกับอีกฝ่ายอย่างชัดเจน
- ตกลงให้ชัดว่าจะแลกอะไรกับอะไร
- กำหนดระยะเวลาในการทำให้ชัด
- เขียนข้อตกลงสั้นๆให้ตรงกัน เพื่อให้เข้าใจทุกอย่างตรงกัน
วิธีนี้เป็นอีกหนึ่งวิธีที่ในการเริ่มต้นธุรกิจที่ง่ายมาก เพียงแค่เราลองเอ่ยปากเสนอข้อตกลง เผลอๆในอนาคตคุณก็อาจจะได้ connection กับเจ้าของธุรกิจคนอื่นด้วย หรืออาจจะได้กลายเป็น Partner กันในระยะยาวก็ได้ เคล็ดลับคือการที่ทำตามที่ตกลงเอาไว้ เป็นการสร้างความน่าเชื่อถือและสร้างชื่อเสียงว่าเราเป็นที่ไว้ใจได้ตั้งแต่วันแรก
7. วิธีรับเงินจากลูกค้าต่างประเทศ
ถ้าคุณวางแผนที่จะรับงานจากลูกค้าต่างชาติ สิ่งที่ต้องเตรียมให้พร้อมตั้งแต่เนิ่นๆ คือช่องทางรับเงินจากต่างประเทศ
ปุ๋มแนะนำให้สมัครไว้ตั้งแต่วันแรกเลย เพราะบางแพลตฟอร์มต้องใช้เวลาในการยืนยันตัวตน ถ้ารอจนได้งานแล้วค่อยสมัคร อาจจะรับเงินไม่ทัน
ช่องทางหลักๆ ที่ฟรีแลนซ์ไทยนิยมใช้กันคือ
Wise
ปุ๋มแนะนำตัวนี้มากที่สุด ค่าธรรมเนียมถูกที่สุดอยู่ที่ประมาณ 0.5-1% อัตราแลกเปลี่ยนดี สมัครฟรี และโอนเข้าบัญชีไทยได้ตรง ถ้าเพิ่งเริ่มต้นเปิด Wise ไว้ก่อนเลยไม่ผิดหวัง
Payoneer
ค่าธรรมเนียมประมาณ 2% เหมาะมากถ้าคุณใช้ Fiverr หรือ Upwork เพราะเชื่อมกับแพลตฟอร์มเหล่านี้ได้โดยตรง แถมมี multi-currency account สามารถเก็บเงินหลายสกุลได้
PayPal
เป็นที่รู้จักกันทั่วโลก แต่ค่าธรรมเนียมค่อนข้างแพงอยู่ที่ประมาณ 3-4% บวกค่าแปลงสกุลเงินอีก และที่สำคัญสำหรับคนไทย ปัจจุบัน PayPal ในไทยมีข้อจำกัดว่าบัญชีฟรีแลนซ์หรือผู้ขายรายย่อยต้องจดทะเบียนเป็นนิติบุคคลถึงจะรับเงินได้ ดังนั้นถ้าเพิ่งเริ่มต้น Wise หรือ Payoneer เป็นทางเลือกที่ง่ายกว่า
Skrill
เป็นอีกทางเลือกหนึ่ง ค่าธรรมเนียมประมาณ 1.5-3% ใช้ได้กับบางแพลตฟอร์มอย่าง Shutterstock สำหรับคนที่ขายรูปหรือวิดีโอ stock
นอกจากนี้ถ้าคุณขายของบนแพลตฟอร์มอย่าง Etsy มันก็มีระบบ Etsy Payments ที่จ่ายเข้าบัญชีธนาคารให้คุณโดยตรงอยู่แล้ว หรือถ้าคุณขาย Digital Product บน Gumroad หรือ LemonSqueezy ก็จ่ายผ่าน Stripe เข้าบัญชีได้เลยเช่นกัน
เคล็ดลับคือ อย่าพึ่งช่องทางเดียวค่ะ ปุ๋มแนะนำให้มีอย่างน้อย 2 ช่องทาง เผื่อช่องทางหลักมีปัญหา จะได้ไม่กระทบกับการรับเงิน
ปุ๋มมีบทความแยกที่รวมช่องทางรับเงินจากต่างประเทศทั้งหมดแบบละเอียด พร้อมตารางเปรียบเทียบค่าธรรมเนียม ข้อดีข้อเสียของแต่ละแพลตฟอร์ม สามารถกดอ่านเพิ่มได้ที่ → ช่องทางรับเงินจากต่างประเทศสำหรับฟรีแลนซ์ไทย
8. Reinvest กำไรก้อนแรกให้ธุรกิจโต
เมื่อคุณเริ่มมีรายได้เข้ามา ให้นำกำไรที่ได้ในก้อนแรกไป reinvest หรือนำกลับเข้ามาลงทุนใหม่ในธุรกิจ เพื่อต่อยอดให้มันเติบโตขึ้น
คุณอาจจะนำเงินก้อนนี้แบ่งไปซื้อ domain name สร้างเวปไซต์ของตัวเองเพื่อให้ดูมีความ professional มากขึ้น นำไปซื้อ software มาช่วยในการทำตลาด หรือจ้างผู้ช่วยมาช่วยตอบลูกค้าแทนซักหนึ่งคน
ตอนปุ๋มเริ่มรับงานแรกๆ ปุ๋มเริ่มจากโทรศัพท์มือถือที่มีเครื่องเดียว หลังจากเริ่มมีรายได้จากลูกค้ารายแรก และรายที่สอง สาม สี่เริ่มเข้ามา ปุ๋มหักกำไรส่วนหนึ่งเพื่อไปอัพเกรดอุปกรณ์ในการทำงานเพื่อที่จะทำให้งานมีคุณภาพมากขึ้น และสามารถปรับราคาค่าบริการขึ้นไปอีกตามคุณภาพของงาน พอลูกค้าเพิ่มมากขึ้นอีก ก็เอากำไรที่ได้เริ่มไปจ้างพนักงานมาช่วยทำงาน ทำให้สามารถรับงานได้มากขึ้น จากธุรกิจที่ทำคนเดียว ก็สามารถเริ่มขยายเป็นบริษัทที่สร้างรายได้หลายแสนบาทต่อเดือนได้
แต่ถ้าเกิดคุณคิดว่าจะเอากำไรก้อนแรกไปให้ความสุขกับตัวเองก่อนเพราะคุณคิดว่าคุณทำงานมาหนักมาก ควรจะได้รับรางวัลตอบแทนตัวเอง นั่นก็ไม่ใช่เรื่องผิดอะไร แต่ถ้าคุณมีแผนว่าจะเปลี่ยนงานฟรีแลนซ์ให้กลายเป็นงานจริงจังที่สร้างรายได้สร้างชีวิตใหม่ให้กับคุณ การนำกำไรมา reinvest จะช่วยให้คุณโตได้เร็วกว่ามาก มีเจ้าของธุรกิจหลายคนที่ปุ๋มรู้จัก พวกเขาหักกำไรทุกเดือนสูงถึง 50% มา reinvest ในธุรกิจของเขาเพื่อขยายต่อยยอดให้โตขึ้น
9. Mindset ที่ฟรีแลนซ์ต้องมีก่อนเริ่มธุรกิจ
การเริ่มต้นสร้างธุรกิจจากเงินทุน 0 บาท ไม่ได้มีแค่การทำตามข้อแนะนำด้านบนเท่านั้น การมี mindset ที่ถูกต้องก็เป็นสิ่งที่คุณควรมีด้วยเช่นกัน
คุณอาจจะกลัวว่าตัวเองยังไม่พร้อม แต่คำว่าพร้อมไม่เคยมีอยู่จริง มันเป็นเรื่องปกติมากที่คุณจะกลัวในเส้นทางที่ไม่เคยเดิน ปุ๋มเคยคุยกับเจ้าของธุรกิจหลายคน เชื่อไหมว่าทุกเริ่มก็เริ่มตอนไม่พร้อมนั่นแหละ บางคนเริ่มตอนตกงาน เงินไม่มี ทางบ้านมีปัญหา หรือมีปัญหาชีวิตส่วนตัวรุมเร้า
แต่ท่ามกลางปัญหาเหล่านั้นที่พวกเขาเจอ มันมีอยู่สิ่งหนึ่งที่เหมือนกัน คือพวกเขาเชื่อว่าตัวเองกำลังทำอะไรอยู่
แล้วค่อยๆพัฒนาแก้ปัญหาไประหว่างทาง
การมี Mindset ที่ดีไม่ได้หมายความว่าคุณห้ามกลัว แต่คือการที่คุณยังทำมันต่อไปถึงแท้ว่าจะกลัว คุณจะได้เรียนรู้ผ่านการผิดพลาด ล้มเหลว ของพวกนี้ไม่ใช่จุดจบ แต่เป็นส่วนหนึ่งของกระบวนการในการประสบความสำเร็จ
แต่ถ้าคุณรอจนกระทั่งคุณพร้อมถึงเริ่มทำอะไรสักอย่าง คุณไม่มีทางได้เริ่มหรอก เพราะฉะนั้นเริ่มต้นด้วยสิ่งที่คุณมีในมือ เชื่อในสิ่งที่ตัวเองกำลังทำและเรียนรู้ไประหว่างทาง
10. ข้อผิดพลาดที่มือใหม่มักทำตอนเริ่มธุรกิจออนไลน์
ก่อนจบบทความ ปุ๋มอยากแชร์ข้อผิดพลาดที่เคยเจอมากับตัวและเห็นคนรอบข้างทำกันเยอะมาก เผื่อจะได้เป็นบทเรียนให้ทุกคนไม่ต้องเสียเวลาผิดพลาดซ้ำ
ซื้อเครื่องมือก่อนมีรายได้
หลายคนเพิ่งเริ่มยังไม่มีลูกค้าสักคน แต่ไปซื้อ Canva Pro ซื้อโดเมน จ่ายค่าโฮสติ้ง ซื้ออุปกรณ์ใหม่หมด อย่าเพิ่งค่ะ ใช้เวอร์ชั่นฟรีให้เต็มที่ก่อน พอมีรายได้เข้ามาแล้วค่อยอัปเกรด
ใช้เวลาสร้าง Portfolio นานเกินไป
บางคนใช้เวลาเป็นเดือนทำ Portfolio ให้สมบูรณ์แบบก่อนแล้วค่อยเริ่มหาลูกค้า ไม่ต้องรอค่ะ เริ่มจากผลงาน 2-3 ชิ้นก่อนก็พอ แล้วค่อยเพิ่มจากงานจริงที่รับมา Portfolio ที่ดีที่สุดคือ Portfolio ที่มีงานจริงจากลูกค้าจริง
ตั้งราคาต่ำเกินไป
เข้าใจว่าเพิ่งเริ่มต้นอาจจะไม่มั่นใจ เลยตั้งราคาถูกมากเพื่อให้ได้งาน แต่ราคาถูกไม่ได้ดึงดูดลูกค้าดีเสมอไป บางทีมันทำให้ลูกค้ามองว่างานคุณไม่มีคุณภาพด้วยซ้ำ ตั้งราคาที่สมเหตุสมผลตั้งแต่แรก แล้วค่อยปรับขึ้นตามประสบการณ์และคุณภาพงานที่พัฒนาขึ้น
ไม่สร้าง Social Media ตั้งแต่วันแรก
หลายคนคิดว่ารอให้พร้อมก่อนค่อยเปิดเพจ รอมีผลงานเยอะๆก่อนค่อยโพสต์ แต่จริงๆแล้ว Social Media มันต้องใช้เวลาในการเติบโต ยิ่งเริ่มเร็วยิ่งดี แม้จะยังไม่มีผู้ติดตาม ก็เริ่มโพสต์ไปก่อนเลยค่ะ
พึ่งแพลตฟอร์มเดียว
ถ้าคุณมีลูกค้าแค่บน Fiverr อย่างเดียว วันนึง Fiverr เปลี่ยนกฎหรือมีปัญหา คุณก็จะไม่มีรายได้เลย กระจายช่องทางค่ะ รับงานบนหลายแพลตฟอร์ม สร้าง Social Media ของตัวเอง เก็บอีเมลลูกค้าไว้ สร้างฐานลูกค้าที่เป็นของคุณเอง อย่าฝากชีวิตไว้กับแพลตฟอร์มใดแพลตฟอร์มเดียว
ข้อผิดพลาดพวกนี้ปุ๋มเคยทำมาหมดเลยค่ะ ฮ่าๆ โดยเฉพาะเรื่องตั้งราคาต่ำเกินไป สมัยก่อนปุ๋มรับงานออกแบบในราคาที่ต่ำมากเพราะไม่มั่นใจ พอมานั่งคิดย้อนกลับไป ถ้าตั้งราคาให้เหมาะสมตั้งแต่แรก คงไม่ต้องทำงานหนักขนาดนั้น เอาเป็นว่าเรียนรู้จากปุ๋มได้เลย จะได้ไม่ต้องเจ็บตัวเองค่ะ
คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับการเริ่มธุรกิจด้วยเงิน 0 บาท
คำถามด้านล่างเป็นคำถามที่พบได้บ่อยเกี่ยวกับคนที่อยากเริ่มต้นทำธุรกิจแต่ไม่มีงบหรืองบน้อย
เริ่มต้นทำธุรกิจด้วยเงิน 0 บาทได้จริงหรอ?
ทำได้จริงค่ะ แต่ต้องใช้เวลาและความคิดสร้างสรรค์ ศึกษาจากแหล่งความรู้ฟรี ใช้เครื่องมือฟรี เริ่มจากเสนอขายคนรู้จัก หรือเสนอแลกเปลี่ยนบริการของกับบริการของคนอื่น เพื่อเป็นการสร้าง Portfolio และสร้าง Connection ผู้ประกอบการและเจ้าของธุรกิจหลายๆคนรวมทั้งปุ๋มด้วยก็ทำแบบนี้ค่ะ
ธุรกิจแบบไหนเริ่มง่ายที่สุด?
ธุรกิจประเภทบริการ หรือ ขาย service เพราะใช้แค่ทักษะความรู้ที่คุณและเวลาก็เริ่มได้แล้วค่ะ ตัวอย่างเช่น นักเขียนฟรีแลนซ์ ติวเตอร์สอนหนังสือ รับจ้างแต่งรูป งานประเภทนี้คุณสามารถเริ่มทำได้วันนี้ตอนนี้เลยด้วยเริ่มจากการสร้างโปรไฟล์ออนไลน์เพื่อให้คนรู้จักคุณและเห็นบริการของคุณ หรืออาจจะไปสร้างหน้าร้านฟรีบนฟรีแลนซ์แพลทฟอร์มอย่าง Fastwork, Fiverr หรือ Upwork ไว้ก็ได้ค่ะ
ไม่มีทักษะเลยทำยังไง?
เรียนจากแหล่งความรู้ฟรี เช่น Youtube, Blog post, บทความฟรีตามเพจต่างๆ แล้วฝึกฝนทำตามแล้วเริ่มเสนอขายงานได้เลยค่ะ
หาลูกค้าฟรีได้ยังไง?
การหาลูกค้าแบบฟรี คุณสามารถเริ่มได้จากคนรอบตัวได้เลยค่ะ หรือ connection ที่มีอยู่รอบตัว หรือไปโพสท์ใน Facebook group เพื่อแชร์ความรู้นิดหน่อยพร้อมเสนอขายตบท้าย หรือสร้าง Social media ของคุณเองในการแชร์ความรู้ ทำให้ชื่อของคุณไปอยู่บนออนไลน์มากที่สุด คนจะได้รู้จักคุณมากขึ้น ลูกค้าอาจจะยังไม่ได้ซื้อบริการของคุณทันทีแต่ชื่อคุณจะไปอยู่ในหัวของเขา ถ้าวันไหนเค้าอยากได้จ้างขึ้นมา เขาก็จะนึกถึงคุณเป็นอันดับแรกๆ
รับเงินจากต่างประเทศยังไง?
คุณสามารถสมัครบริการจาก Wise, Paypal, Payoneer, Skrill ค่ะ แต่ปัจจุบัน Paypal ในไทยมีข้อจำกัดว่าผู้รับเงินจะต้องจดทะเบียนเป็นนิติบุคคลถึงจะรับเงินได้ ปุ๋มแนะนำให้ใช้ Wise หรือ Payoneer เป็นทางเลือกที่ปลอดภัยกว่าสำหรับผู้ที่เพิ่งเริ่มต้น
สรุป — เริ่มต้นธุรกิจออนไลน์ด้วยเงิน 0 บาทได้จริง
คุณไม่จำเป็นต้องมีเงินเป็นถุงเป็นถังหรือต้องไปกู้เงินก้อนมาเพื่อเริ่มต้นทำธุรกิจ โดยเฉพาะยุคนี้ที่เป็นยุคแห่งธุรกิจออนไลน์ คุณสามารถเริ่มสร้างธุรกิจจากต้นทุน 0 บาทได้ง่ายๆด้วยความรู้และทักษะที่คุณมีอยู่แล้ว ผู้ประกอบการและเจ้าของธุรกิจที่ประสบความสำเร็จหลายๆคนก็เริ่มต้นจากแบบนี้เช่นกัน
ปุ๋มหวังว่าบทความนี้จะช่วยเพิ่มไอเดียให้คุณมีก้าวแรกในการหาเงินออนไลน์ได้ง่ายขึ้น การเริ่มต้นทำนี่แหละเป็นจุดที่ยากที่สุดแล้ว แต่ก็เป็นจุดที่น่าตื่นเต้นด้วยเช่นกัน เมื่อไหร่ที่คุณเริ่ม คุณจะได้เรียนรู้ว่ามีสิ่งที่คุณสามารถทำได้อีกมากมาย
ตอนปุ๋มเริ่มทำ ก็เริ่มต้นจากไม่มีต้นทุนเช่นกัน ใช้ความรู้ที่มีบวกกับเครื่องมือฟรี รับทำงานฟรีก่อน เพื่อสร้างผลงานก่อนนำไปเสนอขาย และเริ่มพัฒนางานขึ้นไปเรื่อยๆพร้อมกับเรียนรู้ไประหว่างทาง แน่นอนว่าอุปสรรคปัญหามีเข้ามาทุกวัน แต่การที่ไม่หยุดพัฒนามันจะทำให้คุณเก่งขึ้นทุกวันๆแบบที่คุณเองก็คาดไม่ถึง
สำหรับใครที่ชอบบทความพัฒนาตัวเอง เคล็ดลับการเป็นฟรีแลนซ์ การพัฒนาทักษะ และเครื่องมือที่ช่วยให้ทำงานออนไลน์ได้ง่ายขึ้น สามารถกดรับ Newsletter ของ MontaMade ได้เลยค่ะ ทุกสัปดาห์จะส่งเนื้อหาดีๆ ตรงถึงอีเมลล์ ไม่ว่าจะเป็นวิธีหาลูกค้า เครื่องมือฟรีที่น่าลอง หรือไอเดียสร้างรายได้ใหม่ๆ กดสมัครด้านล่างเลยค่ะ ฟรี! ไม่มีค่าใช้จ่าย

.jpg)